วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561


 ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ดอกไม้, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

ขมิ้นชัน
ชื่อวิทยาศาสตร์  Curcuma longa L.
ชื่อวงศ์  ZINGIBERACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
     ไม้ล้มลุก ใบ้เดี่ยวเรียงสลับ กลีบประดับสีเขียวอ่อน กลีบปากสีเหลืองนวล
สรรพคุณ
     เหง้า ขับลม ต้านโรคสมองเสื่อม แก้อาการฟกช้ำ บำรุงผิวพรรณ รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน ยับยั้งการเจริญของเชื้อหนอง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลในกะเพราะอาหาร
ตำรับยา/วิธีใช้
     ยาต้านโรคสมองเสื่อม(อัลไซเมอร์) ใช้เหง้าขมิ้นชัน ปรุงอาหารรับประทานเป็นประจำ
     ยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้เงห้าขมิ้นฝานบางๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดเล้กๆ รับประทาน 3 เวลา ก่อนอาหาร
     ยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน ใช้เหง้าขมิ้นฝานบางๆ ตากแดดให้แห้ง บดละเอียด นำผงมาทาหรือพอกผิว
 
อ้างอิง

กุ่มบก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Crateva adansonli DC. subsp. trifoliata(Roxb.)Jacobs
ชื่อวงศ์  CAPPARACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
     ไม้ต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 3 ปลายใบมน ดอกสีขาว ผลสด รูปกลม เมื่อสุก สีเหลือง
สรรพคุณ
   เปลือก เป็นยาระงับประสาท ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้นิ่ว ช่วยเจริญอาหาร
     แก่น รักษาริดสีดวง
     ใบ ขับพยาธิ รักษากลากเกลื้อน
     ดอก แก้เจ็บตา เจ็บคอ
     ผล แก้ไข้
ตำรับยา/วิธีใช้
     ยาแก้นิ่ว กุ่มทั้งสอง หญ้าถอดปล้อง หญ้าหนวดแมว มะเฟือง ต้มกิน
     ยาระงับประสาท ใช้เปลือกต้น ต้มน้ำดื่ม

อ้างอิง

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
กำลังวัวเถลิง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anaxagorea luzonensis A.Gray
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์ 
     ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกสีขาว เกสรดพศผู้สีเหลือง ผลผลม เมื่อแก่ตัวสีดำ
สรรพคุณ
     เปลือก บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงกำลัง
     เนื้อไม้ บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น บำรุงโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ขับลมในไส้
ตำรายา/วิธีใช้
     ยากำลังวัวเถลิง ใช้ลำต้นต้มหรือดองเหล้ากิน หรือเข้ายากำลังตัวอื่นๆ เช่น รากกำลังทรพี ลำต้นช้างน้าว

อ้างอิง

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
การบูร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum camphora (L.) J.Presl
ชื่อวงศ์ LAURACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์
     ไม้ต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกสีเหลืองอ่อน ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะรากและโคนต้น
สรรพคุณ
     เป็นยาระงับประสาท ทำให้จิตใจโล่งปลอดโปร่ง บรรเทาอาการปวดศีรษะ แก้ปวดร้าวตามเส้นประสาท ขับเสมหะ ขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้อาการชัก กระตุ้นหัวใจ ฆ่าเชื้อโรคอย่างอ่อน ป้องกันแมลง แก้พิษแมลงกัดต่อย และรักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง
ตำรับยา/วิธีใช้
     ยาแก้ท้องอืดเฟ้อ ใช้การบูรผสมอแลกแฮอล์ เป็นเหล้าการบูร บำรุงธาตุ แก้จุกแน่นเฟ้อ
     ยาบรรเทาอาการปวดศีรษะ ทำให้ตื่นตัว สูกดมน้ำมันการบูร หรือผสมกับสมุนไพรยาดม
     ช่วยขับผายลม แก้อาการจุกแน่นเฟ้อ เมื่อนำเกล็ดการบูรมารับประทานเพียงเล็กน้อย จะช่วยขับลมได้ แต่หากใช้ในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน
     แก้ปวด แก้เคล็ดขัดยอก การบูรใช้เป็นทาถูนวดแก้อาการปวด แก้เคล็ดขัดยอก เคล็ดบวม ข้อเท้าแพลง ข้อบวมเป็นพิษ แก้อาการปวดตามข้อ แก้ปวดเส้นประสาท ปวดขัดตามเส้นประสาท  รากและกิ่งช่วยแก้อาการปวดเมื่อตามร่างกาย ปวดเมื่อยตามข้อมือและเท้า แก้เคล็ดขัดยอก
      การบูรเมื่อนำมาผสมเป็นขี้ผึ้งจะเป็นยาร้อน ใช้เป็นยาทาแก้เพื่อถอนพิษอักเสบเรื้อรัง ปวดยอกตามกล้ามเนื้อ สะบักจม ทรวงอก ปวดร้าวตามเส้นเอ็น และโรคปวดผิวหนัง

อ้างอิง
https://medthai.com/การบูร/

กระเพราวขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L.
ชื่อวงศ์  LABIATAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์ 
     ไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียวตรงข้าม ดอกช่อ สีขาว
สรรรพคุณ
     ใบ/ทั้งห้า รักษาหอบหืด แก้หลอดลมอักเสบ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ขับผายลม ทำให้เรอ แก้จุกเสียดแทงในท้อง
ตำรับยา/วิธีใช้
     ยาแก้หลอดลมอักเสบ ใช้ใบและดอกกินกับน้ำผึ้ง แก้หลอดลมอักเสบ หรือใช้ทั้งห้าต้มกิน
     ยาแก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ใบกระเพราผสมเหล้า ทาท้อง ผ่ามือ ผ่าเท้าเด็ก
     แก้ธาตุพิการ ใช้รากแห้งนำมาชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม ช่วยแก้โรคธาตุพิการ
     แก้ปวดมวนท้อง ช่วยแก้อาการปวดด้วยการใช้ใบกะเพรานำมาคั้นรับประทานสด 1 ถ้วยตะไล จะช่วยแก้อาการปวดมวนท้องได้เป็นอย่างดี
     แก้ลมพิษ ด้วยการใช้ใบกะเพราประมาณ 1 กำมือนำมาตำผสมเหล้าขาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ
      รักษากลากเกลื้อน ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 20 ใบนำมาขยี้ให้น้ำออกมา แล้วนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้งจนกว่าจะหาย
     แก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ด้วยการใช้ใบกะเพรานำมาตำผสมกับเหล้าขาว แล้วนำมาทาบริเวณที่ถูกกัด ห้ามนำมารับประทานเด็ดขาดเพราะจะมีสารยูจีนอล (Eugenol) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและอาจถึงขั้นโคม่าได้ 
       เพิ่มน้ำนมให้สตรีหลังคลอดบุตร ด้วยการใช้ใบกะเพราสดประมาณ 1 กำมือ นำมาใส่แกงเลียงรับประทานบ่อย ๆ ในช่วงหลังคลอด
      ใช้ไล่ยุงหรือฆ่ายุ ด้วยการใช้ทั้งใบสดและกิ่งสด เอาใบมาขยี้แล้ววางใกล้ตัว ๆ จะช่วยไล่ยุงและแมลงได้ โดยน้ำมันกะเพราที่สกัดมาจากใบจะมีคุณสมบัติช่วยไล่ยุงได้ดีกว่าต้นสด

อ้างอิง
https://medthai.com/กระเพราขาว/



กระดูกไก่ดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Justica gengarussa Burm.
ชื่อวงศ์  ACANTHACEAE
ลักษณพฤกษศาสตร์  
     ไม้พุ่ม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ดอกช่อ กลีบดอกสีขาวอมเขียว ออกที่ง่ามใบหรือปลายยอด ผลเป็นฝักยาว มีขน เมื่อแก่แตก
สรรพคุณ 
     ใบ แก้ร้อนใน แก้ไอ แก้โรคหืด รักษาโรคผิวหนัง 
     ราก แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้พิษงูและพิษสัตว์กัดต่อย 
     ลำต้น ขับปัสสาวะ แก้ช้ำใน
     ผล/เมล็ด น้ำมันในเมล็ด ใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอก กระดูกร้าว กระดูกหัก
ตำรับยา/วิธีใช้ 
     ตำรับยาแก้โรคหืด ใบสดนำมาตำคั้นเอาน้ำมาดื่ม
     ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ อักเสบช้ำบวม ใช้ใบสดตำพอก ประคบ
      แก้ไข้ ลดความร้อน ใช้ใบสดนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้ใบนำมาตำผสมกับเหล้าคั้นเอาแต่น้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ ลดความร้อน ช่วยขับเลือดข้นในร่างกายให้กระจาย ช่วยกระจายเลือด แก้เลือดคั่งค้างเป็นลิ่มเป็นก้อน ทำให้เลือดที่อุดตันในร่างกายไหลเวียนสะดวก
     แก้อาเจียนเป็นเลือด น้ำคั้นจากใบใช้ผสมกับเหล้ากินเป็นยาแก้อาเจียนเป็นเลือด
     แก้พิษแมลงกัดต่อย รากและใบนำมาตำผสมกัน ใช้เป็นยาพอกถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น พิษงู ผึ้ง ต่อ แตนต่อย เป็นต้น หรือจะใช้กากของใบนำมาพอกแผลบริเวณที่ถูกกัดจะช่วยดูดพิษของอสรพิษได้ หรือจะใช้ใบนำมาขยี้ผสมกับเหล้าขาวเป็นยาทาก็ได้เช่นกัน
     สูตรตำรับสเปรย์กระดูกไก่ดำ สรรพคุณแก้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อย ฟกช้ำ อักเสบเฉียบพลัน (ใช้ฉีดบริเวณที่มีอาการปวดหรือมีการอักเสบของข้อต่าง ๆ) ในส่วนผสมจะประกอบไปด้วย 1.สารสกัดกระดูกไก่ดำ 400 ซีซี (ระเหยแอลกอฮอล์ออก) 2.เมนทอล 60 กรัม 3.การบูร 120 กรัม 4.น้ำมันหอมระเหย 10 ซีซี (กลิ่นเปปเปอร์มินต์) และ 5.น้ำมันเขียว (Cajuput oil) 2% 8 ซีซี ส่วนวิธีการทำนั้นให้ละลายเมนทอลและการบูรให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้เติมสารสกัดกระดูกไก่ดำและน้ำมันเขียวลงไปคนให้เข้ากัน แต่งกลิ่นด้วยเปปเปอร์มินต์ แล้วนำไปบรรจุลงในขวดสเปรย์

อ้างอิง
https://medthai.com/กระดูกไก่ดำ/


                   กระชาย
กระชาย (กระชายขาว, กระชายเหลือง)
ชื่อสามัญ Fingerroot, Chinese ginger, Chinese keys, Galingale
ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ลักษณะพฤกษศาสตร์ 
      ไม้ล้มลุก มีรากติดเป็น กระจุก มีกลิ่นหอม ใบเดี่ยว กาบใบสีแดงเรื่อๆ ดอกสีขาวอมชมพู
สรรพคุณ 
      เหง้า  แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ รักษากลากเกลื้อน แก้โรคในปาก ป้องกันโรคเหงือกและฟัน ระงับกลิ่นปาก แก้โลหิตระดู บำรุงกระดูก เป็นยาอายุวัฒนะช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะ บำรุงกระดูก เป็นยาอายุวัฒนะช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะ เช่น สมอง ไต หลอดเลือดและหัวใจ

ตำรับยา/วิธีใช้
     ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้เหง้าครึ่งกำมือ แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้ปรุงเป็นอาหาร
     ยาอายุวัฒนะ เอาหัวแก่ๆ 3 หัว ทุบให้แตกแล้วห่อด้วยผ้าขาวบางแช่น้ำผึ้ง แท้1/2 ลิตร กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหารเย็นหรือก่อนนอน
     ยารักษาแผลในช่องปาก ปากเหม็น กระชาย 1 กำมือ มาโขลกให้ละเอียด ต้มกับน้ำ 1 ลิตร กรองได้น้ำมาใส่เกลือ 1 หยิบมือ ต้มจนเกลือละลาย นำมาอมหลังแปรงฟันสักครู่ ค่อยบ้วนทิ้งหรือกลืนลงท้องก็ไม่อันตราย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กระชาย
      แก้ฝ้าขาวในปาก ด้วยการใช้กระชายที่ล้างสะอาดนำมาบดแบบไม่ต้องปอกเปลือก แล้วใส่ในโถปั่นพอหยาบ แล้วนำมาใส่ขวดปิดฝาแช่ไว้ในตู้เย็น แล้วนำมากินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชาเล็ก กินวันละ 3 มื้อก่อนอาหารประมาณ 15 นาที ประมาณ 1 อาทิตย์
      แก้ปวดท้อง มวนในท้อง อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5-10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3-5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน
      แก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าสด 1-2 เหง้า ใช้เหง้าที่ปิ้งไฟแล้วนำมาฝนหรือตำผสมกับน้ำปูนใส หรือจะคั้นให้ข้น ๆ แล้วนำมารับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาก็ได้
      รักษาอาการกระเพาะปัสสาวะเกร็ง ซึ่งในกรณีนี้อาจจะต้องใช้เม็ดบัวที่ต้มแล้วนำมารับประทานร่วมด้วย
      รักษาริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 60 กรัม (6-8 เหง้า) นำมาผสมกับเนื้อมะขามเปียกประมาณ 60 กรัม เกลือแกง 3 ช้อนแกง และนำมาตำแล้วต้มกับน้ำ 6 แก้ว แล้วเคี่ยวจนเหลือ 2 แก้ว นำมารับประทานครั้งละครึ่งแก้วก่อนนอน แล้วรับประทานติดต่อกันประมาณ 1 เดือนจนกว่าจะหาย
      รักษาโรคน้ำกัดเท้า ด้วยการใช้รากกระชายทั้งเปลือกมาล้างแล้วผึ่งให้แห้ง ฝานเป็นแว่น ๆ และนำไปบดให้เป็นผงหยาบ ๆ และใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวมาอุ่นในหม้อใบเล็ก ๆ เติมผงกระชาย ใช้น้ำมัน 3 เท่าของปริมาณกระชาย แล้วนำมาหุงด้วยไฟอ่อน ๆ ราว 15-20 นาที แล้วกรองกระชายออก เก็บน้ำมันไว้ในขวดแก้วสีชา นำมาใช้ทาบริเวณที่เป็น
ประโยชน์ของกระชาย
     1.ประโยชน์กระชาย สามารถนำมาทำเป็นน้ำกระชายปั่น ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี
     2.น้ำกระชายช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ช่วยทำให้เหนื่อยลง
     3.ช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง เปลี่ยนผมขาวให้กลับเป็นดำ ช่วยทำให้ผมบางกลับมาหนาขึ้น และช่วยแก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วงได้
     4.รากนำมาใช้เป็นเครื่องแกงในการประกอบอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดุก ปลาไหล ปลากุลา เป็นต้น และยังทำให้อาหารมีกลิ่นและรสที่หอมแบบเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย
     5.รากกระชายสามารถช่วยไล่แมลงได้ ด้วยการนำตะไคร้ ข่า หอมแดง ใบสะเดาแก่ นำมาตำผสมกันแล้วใช้ผสมกับน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน
อ้างอิง
https://medthai.com/กระชาย/

















https://medthai.com